ที่วัดพระธาตุพนมวรมหาวิหาร อ.ธาตุพนม จ.นครพนม นางรมิตา เหลืองฐิติสกุล รอง ผวจ.นครพนม เป็นประธานพิธีเจริญพระพุทธมนต์ เจริญจิตภาวนาและพิธีเวียนเทียนในวันมาฆบูชา พร้อมด้วย หัวหน้าส่วนราชการ พ่อค้า ประชาชน นักท่องเที่ยว ทั้งชาวไทย ชาวลาวจำนวนมหาศาลพร้อมใจเดินทางมาทำบุญในวันมาฆบูชา กราบไหว้นมัสการองค์พระธาตุพนม สิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองที่บรรจุพระอุรังคธาตุของพระพุทธเจ้า เพื่อเป็นสิริมงคลเนื่องในวันมาฆบูชา และเป็นค่ำของวันที่ 8 ของงานนมัสการองค์พระธาตุพนม ประจำปี 2567 ที่กำหนดจัดขึ้นระหว่าง 17-25 กุมภาพันธ์ 2567 รวม 9 วัน 9 คืน
























ในช่วงภาคค่ำ พุทธศาสนิกชนทั้งชาวไทย ชาวลาว ได้พร้อมใจเวียนเทียนบูชาองค์พระธาตุพนม มีพระเทพวรมุนี เจ้าอาวาสวัดพระธาตุพนมวรมหาวิหาร เจ้าคณะจังหวัดนครพนม ประธานฝ่ายสงฆ์ นำข้าราชการ พี่น้องประชาชน พุทธศาสนิกชนประกอบพิธีเวียนเทียนรอบองค์พระธาตุพนม
ซึ่งถือเป็นประเพณีปฏิบัติสืบทอดกันมาแต่โบราณ เมื่อมีวันสำคัญทางพระพุทธศาสนาจะร่วมกันประกอบพิธีเวียนเทียน
ทั้งนี้ ชาวอีสานเชื่อว่า หากใครได้มีโอกาสมาเวียนเทียนในวันสำคัญต่างๆ รอบองค์พระธาตุพนม หรือมากราบไหว้บูชา ถือเป็นบุญกุศลอันยิ่งใหญ่ จะทำให้มีความเจริญก้าวหน้า และอยู่เย็นเป็นสุข ในปีนี้ถือว่ามีประชาชน นักท่องเที่ยวมาร่วมทำบุญมากกว่าทุกปีเนื่องจากเป็นวันหยุดยาว และเป็นช่วงงานนมัสการองค์พระธาตุพนม ตรงกับวันมาฆบูชา ทำให้ประชาชน นักท่องเที่ยว มาเที่ยวทำบุญมากกว่าทุกปี จนบางคนที่มาทีหลังไม่สามารถเข้าไปเวียนเทียนภายในวัดได้
สำหรับองค์พระธาตุพนม ถือเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองที่สำคัญ ภายในได้บรรจุพระอุรังคธาตุ หรือกระดูกส่วนหน้าอก ขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าไว้ นอกจากนี้ ตามตำนานพระอุรังคธาตุ ระบุไว้ว่า พระธาตุพนมยังเป็นสถานที่สำคัญที่สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเคยเสด็จมาโปรด หรือในอดีตเรียกว่า ภูกำพร้า คือ สถานที่ตั้งขององค์พระธาตุพนม ทำให้ชาวพุทธเชื่อว่าใครได้มาร่วมทำบุญนมัสการพระธาตุพนม ถือเป็นสิริมงคล และเป็นบุญกุศลอันยิ่งใหญ่
งานนมัสการองค์พระธาตุพนม ประจำปี 2567 ที่กำหนดจัดขึ้นระหว่าง 17-25 กุมภาพันธ์ 2567 รวม 9 วัน 9 คืน