เมื่อเวลา 09.30 น. (20 ส.ค.67) พ.ต.ต.ขัตติยะ เพ็ชรกล้า สารวัตร (สอบสวน) สภ.คูเมือง จ.บุรีรัมย์ ได้รับแจ้งมีเหตุทะเลาะวิวาทย์ทำร้ายร่างกายกันที่บ้านเลขที่ 37 ม.14 บ้านหนองแวง ต.ปะเคียบ อ.คูเมือง จ.บุรีรัมย์ มีผู้เสียชีวิต 1ราย และได้รับบาดเจ็บ 1 ราย จึงได้รายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ ก่อนจะเดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ พร้อมเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานจังหวัดบุรีรัมย์ แพทย์เวรฯ รพ.คูเมือง สารวัตรป้องกันปราบปราม ชุดสืบ สภ.คูเมือง หน่วยกู้ภัยสว่างจุดคูเมือง และกู้ชีพ อบต.ปะเคียบ
เมื่อไปถึงที่เกิดเหตุพบร่างเข้าตรวจสอบบ้านที่เกิดเหตุ พบร่างนายอาคม (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 43 ปี ในสภาพนอนคว่ำหน้าแน่นิ่ง อยู่บริเวณพื้นดินข้างต้นมะพร้าวและโอ่งน้ำ ใกล้กับครัวข้างบ้าน ตรวจสอบสภาพศพเบื้องต้นพบถูกของมีคมแทงที่ชายโครงซ้าย และลำคอ ทั้งนี้ที่บริเวณใต้ถุนบ้านพบนางสายทอง สะตะ อายุ 73 ปี ซึ่งเป็นแม่ยายของผู้ตาย ซึ่งได้รับบาดเจ็บมีเลือดไหลบริเวณขา โดยมีนายทุเรียน สะตะ อายุ 73 ปี สามีผู้บาดเจ็บ และเป็นพ่อตาของคนตาย อยู่ที่เกิดเหตุแต่ทำอะไรไม่ได้เพราะพิการอัมพฤษครึ่งตัว ส่วนผู้ก่อเหตุ ก็ไม่ใช่ใครที่ไหน คือ น.ส.อรวุฒ (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 42 ปี เป็นลูกสาวของสองตายายและเป็นภรรยาของผู้เสียชีวิตเอง ก็ไม่ได้หลบหนีไปไหนยืนรอมอบตัวกับตำรวจอยู่ที่บ้านหลังเกิดเหตุ พร้อมกรรไกรที่ใช้ก่อเหตุแทงสามีตายด้วย
เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ควบคุมตัว น.ส.อรวุฒ ผู้ก่อเหตุพร้อมของกลางกรรไกรที่ใช้ก่อเหตุไปสอบสวนที่โรงพัก
จากการสอบถาม น.ส.อรวุฒ ผู้ก่อเหตุ ก็เล่าให้ฟังทั้งน้ำตานองหน้าว่า สามีเป็นคนชอบดื่มเหล้าเมาแทบทุกวัน เวลาเมาก็จะชอบหาเรื่องทะเลาะและตบตีตนมาตลอดก็ไม่เคยตอบโต้หรือสู้กลับแม่บางครั้งจะถูกตีถึงขั้นต้องไปหาหมอก็ตาม และไม่ใช่แค่จะทำร้ายตนเองยังภารไปด่าพ่อตากับแม่ยายด้วย ทั้งเคยขู่จะฆ่าพ่อตาแม่ยายด้วย เคยไปแจ้งความที่โรงพักหลายครั้ง แต่ตำรวจบอกว่ายังทำอะไรไม่ได้เพราะยังไม่ได้ก่อเหตุอะไร จึงได้แค่ลงบันทึกประจำวันไว้ กระทั่งล่าสุดเมื่อเช้าสามีก็ดื่มเหล้าเมามาหาเรื่องทะเลาะกับตนเองอีก พ่อตาแม่ยายตักเตือนก็ไม่พอใจภารไปด่าและถุยน้ำลายใส่พ่อตาแม่ยายด้วย ทั้งพยายามจะทำร้ายพ่อตาซึ่งพิการอัมพฤกครึ่งตัวเพราะเป็นเส้นเลือดสมองตีบ ตนจึงเข้าไปขวางไว้ แล้วแม่ที่ป่วยเป็นบาหวานและโรคชราต้องใช้ไม้เท้าเวลาเดิน เห็นลูกเขยจะทำร้ายตนกับพ่อตา แม่จึงจะเข้าไปช่วย จนเกิดชุลมุนตนสู้แรงสามีไม่ไหวจึงคว้ากรรไกรบนเตียงใต้ถุนบ้านมาป้องกันตัว ก็แทงไปหลายครั้งไม่รู้ว่าโดนตรงไหนบ้างเพราะตอนนั้นมันชุลมุน กระทั่งสามีเลือดไหลนองเต็มพื้นดิน และได้ตะเกียกตะกายไปล้มฟุบนอนแน่นิ่งใต้ต้นมะพร้าว จึงได้โทรแจ้งผู้ใหญ่บ้าน และรอมอบตัวกับตำรวจ เสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ไม่คิดว่าสามีจะถึงขั้นเสียชีวิตเพราะแทงไปมั่วๆ เพื่อป้องกันตัวเท่านั้น
ด้าน น.ส.บุญโฮม อายุ 57 ปีพี่สาวของผู้เสียชีวิต บอกว่า ทั้งสองอยู่กินกันเกือบ 20 ปี แล้วมีลูกด้วยกัน 2 คน ก็มีปากเสียงกับตามประสาผัวเมีย ก็ไม่รู้ว่าเขาทะเลาะกันเรื่องอะไรเพราะเป็นเรื่องในครอบครัวเขาก็ไม่ได้เข้าไปยุ่ง และน้องชายก็ไม่ได้เล่าอะไรให้ฟัง แต่ยอมรับว่าน้องชายดื่มเหล้าจริงแต่ก็ทำงานดูแลลูกเมีย สำหรับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นก็เสียใจที่น้องเสียชีวิต ก็ปล่อยให้เป็นไปตามกระบวนการกฎหมาย
ซึ่งขณะนี้ศพของนายอาคม ถูกส่งไปชันสูตรที่ รพ.บุรีรัมย์ ส่วนแม่ยายที่เข้าไปช่วยลูกและสามีพิการจนมีแผลที่ขา ก็รักษาตัวที่ รพ.คูเมือง ส่วน น.ส.อรวุฒ ผู้ก่อเหตุอยู่ระหว่างสอบปากคำที่โรงพัก ก่อนจะแจ้งข้อกล่าวหาและฝากขังตามขั้นตอนต่อไป