
วันที่ 25 มีนาคม 2568 ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่สำรวจภัยแล้งในเขตพื้นที่หมู่บ้านหนองพญา ต.ประดู่ อ.สำโรงทาบ จ.สุรินทร์ และหมู่บ้านใกล้เคียงในเขตพื้นที่ ต.ประดู่ พบชาวบ้านได้เดินทางมารับจ้างเก็บพริกในเขตพื้นที่หมู่บ้านโนนสำราญ ม. 10 ต.ประดู่ อ.สำโรงทาบ จ.สุรินทร์ และหมู่บ้านใกล้เคียง โดยได้รับค่าจ้างกิโลกรัมละ 5 บาท ซึ่งมีรายได้ต่อวันก็วันละ 100-200 บาทต่อวัน โดยได้พากันหอบครอบครัวทั้งเด็กเล็กหญิงชายพากันมากันมารับจ้างเก็บพริกในพื้นที่ของนายเพชรรัตน์ มานุสนธิ์(เจ้าของสวนพริก) อายุ 48 ปี บ้านโนนสำราญ ม. 10 ซึ่งปลูกพริกจำนวน 1 ไร่เศษ
















สัมภาษณ์ นายเพชรรัตน์ มานุสนธิ์(เจ้าของสวนพริก) กล่าวว่า การลงทุนปลูกพริกแต่ละครั้งต้องลงทุนมาก ไหนจะค่าปุ๋ย ยาฆ่าแมลงจิปาถะ และน้ำที่ใช้ก็เป็นน้ำบาดาลที่ชาวบ้านขุดเจาะขึ้นมาเอง ส่วนน้ำที่สูบมาจากชลประทานก็มีอีกส่วนหนึ่ง ซึ่งตนและครอบครัวและชาวบ้านได้ทำกันมาอย่างนี้มานานแล้ว แต่ติดปัญหาที่ราคาพริกราคาตกต่ำมาก โดยค่าคนเก็บพริกก็กิโลกรัมละ 5 บาท ส่งไปขายก็กิโลละ 10 บาทสรุปแล้วค่าปุ๋ยค่า ค่ายาฆ่าแมลง ไหนจะค่าไฟ ค่าน้ำ ที่ลงทุนไปมันไม่คุ้ม แต่จำเป็นต้องทำ เพราะพ่อแม่บรรพบุรุษให้ทำกันมานานแล้ว
สัมภาษณ์ นางประมวล หาญเสมอ อายุ 60 ปี และนางพุด หาญเสมอ อายุ 54 ปีหญิงแคระสองพี่น้องได้ออกมารับจ้างเก็บพริก เล่าว่า ตนอายุมาถึงป่านนี้แล้วก็รับจ้างมาตลอด เพราะตนไม่ได้รับสวัสดิการทางรัฐบาลเลย นอกจากจะได้รับเบี้ยยังชีพเดือนละ 600 บาท ส่วนพิการนั้นตนก็ยังไม่เคยได้รับ และตนสองคนพี่น้องก็รับจ้างมาอย่างนี้ตลอดปีตลอดชาติ เพราะอายุป่านนี้แล้วจะไปทำมาหากินอะไร ประกอบกับตนและน้องมีสภาพร่างกายไม่เหมือนคนอื่นเขาแต่ต้องสู้ เพราะหลังเสร็จฤดูกาลทำนาไม่รู้จะไปทำอะไรพอได้ค่าขนมค่าน้ำไปวัน ๆ
ทางด้าน นายขาวชูเจริญ อายุ 59 ปี บ้านเลขที่ 40 ได้กล่าว่า ตนได้เห็นนักการเมืองได้อภิปรายไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรี แต่ไม่เห็นนักการเมืองคนไหนได้มองเห็นความอดอยากปากท้องของพี่น้องประชาชน ซึ่งมองไปแล้วมีแต่ผลประโยชน์ของตนเองและพวกฟ้องทั้งนั้น อยากให้มาดูการทำการเกษตรแถว จ.สุรินทร์บ้าง ว่าราคาข้าวราคาปุ๋ย และราคาสินค้าทางการเกษตรตลอดความเป็นอยู่ของพี่น้องประชาชนเป็นอย่างไร จึงอยากจะฝากสื่อมวลชนเป็นกระบอกเสียงไปถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์การเกษตรว่า ข้าวยากหมากแพงภัยแล้งมาเยือนที่จะถึงนี้ จะหาทางช่วยเหลือชาวบ้านได้อย่างไร ไม่ใช่ว่าเปิดการอภิปรายแล้วจบแต่ชาวบ้านก็คงยังเดือดร้อนเช่นเคย ตนขอฝากไปยังรัฐบาลให้แก้ไขปากท้องของพี่น้องชาวจังหวัดสุรินทร์ด้วย