
เมื่อเวลา 08.20 น. (1 เม.ย.68) เกิดอุบัติเหตุระทึกรถพ่วง ยี่สิบสองล้อหมายเลขทะเบียน 84-0842 บุรีรัมย์ บรรทุกหินเต็มคัน มาจากโรงโม่หินแห่งหนึ่งจะมุ่งหน้าไปส่งลูกค้าที่ อ.ลำปลายมาศ แต่พอมาถึงสี่แยกภัทร ต.เสม็ด อ.เมือง จ.บุรีรัมย์ ซึ่งเป็นเนินสูง ระบบเบรกเกิดขัดข้องทำให้บังคับรถไม่อยู่ คนขับรถพ่วงเห็นรถจอดติดไฟแดงฝั่งตรงข้ามจำนวนหลายคันจึงตัดสินใจหักพวงมาลัยออกฝั่งซ้ายแต่รถบรรทุกหินหนักจึงบังคับพวงมาลัยไม่อยู่ ได้พุ่งข้ามเกาะกลางถนนชนรถเก๋งและรถกระบะที่จอดติดไฟแดงถนนอีกฝั่งพังเสียหาย 6 คันรวด แม่ค้าขายพวงมาลัยที่กำลังเดินขายพวงมาลัยพยายามวิ่งหนีแต่ไม่พ้นถูกชนด้วย เป็นเหตุให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บรวม 4 รายรถพังเสียหาย 6 คันในจำนวนนี้เป็นรถที่ใช้ในราชการ 2 คัน






หลังได้รับแจ้งเหตุทั้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองบุรีรัมย์ ขนส่งจังหวัด นายอำเภอเมืองบุรีรัมย์ เจ้าหน้าที่ฝ่ายปัองกันและบรรเทาสาธารณภัยเทศบาลนครและหน่วยกู้ภัยสว่างจรรยาธรรม ได้เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุและเร่งให้การช่วยเหลือผู้บาดเจ็บอย่างเร่งด่วน. ซึ่งผู้บาดเจ็บทั้ง 4 รายถูกลำเลียงส่ง รพ.บุรีรัมย์ ขณะเดียวกันก็ได้เร่งเคลื่อนย้ายรถที่ถูกชนเสียหายและหินที่กระจายเกลื่อนออกจากพื้นผิวถนน
สอบถามนายประกอบ พุทธลักษณ์ นายช่างเครื่องกลประปา เล่าว่า ตนนั่งรถมากับคนขับ 2 คน กำลังจะเดินทางไปทำงาน แต่ขณะจอดติดไฟแดงรถพ่วงคันดังกล่าวก็พุ่งข้ามเกาะกลางถนนมาชนรถที่จอดติดไฟแดงเสียหายรวม 6 คันทำให้มีคนเจ็บหลายรายรวมทั้งคนขายพวงมาลัยด้วย แต่เคราะห์ดีที่รถคันที่ตนเองนั่งมาซึ่งเป็นรถที่ใช้ในราชการแค่พังเสียหายแต่ไม่มีคนเจ็บ จึงได้ลงจากรถไปดูคนอื่นที่บาดเจ็บและรีบแจ้งหน่วยกู้ภัยมาช่วยเหลือนำส่ง รพ.ตอนนั้นชุลมุนวุ่นวายมาก. ไม่มีใครคาดคิดว่าจิดติดไฟแดงอยู่ดีๆรถจะพุ่งมาชน
ด้านนายวิเชียร อายุ 25 ปี คนขับรถพ่วงเล่าว่าได้ขับรถพ่วงบรรทุกหินมาจากทางสวายจีกจะไปส่งที่ อ.ลำปลายมาศ แต่พอมาถึงสี่แยกภัทร ซึ่งวิ่งลงเนินมาพยายามเหยียบเบรก จนเบรกไหม้แต่ก็เอาไม่อยู่ หากพุ่งตรงไปคิดว่าคิดว่าน่าจะเกิดความเสียหายมากจึงตัดสินใจหักพวงมาลัยออกฝั่งซ้ายคิดว่าน่าจะพ้น แต่เนื่องจากรถหนักจึงบังคับไม่อยู่ชนเกาะกลางถนนกวาดเอารถเก๋งและกระบะที่จอดติดไฟแดงเสียหายหลายคันและมีคนเจ็บหลายคนดังกล่าว
ซึ่งกล้องวงจรปิดสามารถบันทึกภาพเหตุการณ์อุบัติเหตุดังกล่าวได้อย่างชัดเจน ขณะที่ตำรวจก็ได้ตรวจสอบจุดเกิดเหตุพร้อมบันทึกภาพเป็นหลักฐานและสอบปากคำผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์เพื่อดำเนินการตามกระบวนการตามกฎหมายต่อไป