
สสส.ร่วมกับภาคีเครือข่ายจัดงานมหกรรมครอบครัวยิ้มสัญจรที่จังหวัดกาฬสินธุ์ ใช้พลังชุมชน เด็ก และครอบครัว พร้อมประกาศยุทธศาสตร์วาระแห่งชาติ แก้ปัญหายาเสพติด บุหรี่ไฟฟ้า เด็กติดจอ


วันที่ 4 เมษายน 2568 ที่หอประชุมเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา หน้าศาลากลางจังหวัดกาฬสินธุ์ หลังเก่า นายผดุงศักดิ์ อิ่มเอิบ รองผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์ เป็นประธานพิธีเปิดงานมหกรรมครอบครัวยิ้มสัญจร จังหวัดกาฬสินธุ์ โดยมีหัวหน้าส่วนราชการ ภาคีเครือข่าย ด้านเด็กเยาวชนและครอบครัวในจังหวัดกาฬสินธุ์ และผู้นำจากสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ(สสส.)นำโดย ศาสตราจารย์สมพงษ์ จิตระดับ ผู้แทนคณะกรรมการบริหารแผนที่ 4 สสส. นางสาวณัฐยา บุญภักดี ผอ.สำนักอาวุโส สสส.และเจ้าหน้าที่เข้าร่วมกิจกรรม


นางคณางค์ กงเพชร ผู้ประสานงานโครงการพัฒนาระบบและกลไกความร่วมมือเชิงพื้นที่เพื่อสนับสนุนสุขภาวะเด็กเยาวชนและครอบครัวจังหวัดกาฬสินธุ์ กล่าวว่า ในการจัดงานมหกรรมครอบครัวยิ้มสัญจรจังหวัดกาฬสินธุ์ครั้งนี้ จัดขึ้นเพื่อสนับสนุนการบูรณาการการพัฒนาเด็กเยาวชนและครอบครัวแบบองค์รวมภายใต้แนวคิดชุมชนนำเลี้ยงเด็ก 1 คนใช้คนทั้งหมู่บ้าน ในพื้นที่ปฏิบัติการ คือกาฬสินธุ์ อุบลราชธานี สุรินทร์ เลย ลำปาง พะเยา และตรัง



โดยที่จังหวัดกาฬสินธุ์ได้ดำเนินกิจกรรมในพื้นที่มาตั้งแต่ปี 2561 ใน 10 ตำบล มีการจัดเก็บข้อมูลสุขภาวะเด็กและครอบครัวด้วยหลักคิดชุมชนนำและเลี้ยงเด็ก 1 คนใช้คนทั้งหมู่บ้าน มีภาคีเครือข่ายจากสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ บ้านพักเด็กและครอบครัว ตำรวจภูธรจังหวัดกาฬสินธุ์ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด โรงพยาบาลกาฬสินธุ์ ศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดกาฬสินธุ์ สำนักงานในสังกัดศึกษาธิการจังหวัด องค์การบริหารส่วนจังหวัด และอปท.ต้นแบบ 10 พื้นที่ เป็นการระดมความคิดแลกเปลี่ยนเรียนรู้กระบวนการทำงานด้านเด็กเยาวชนและครอบครัวด้วยหลักคิดการบูรณาการแบบองค์รวมในการแก้ปัญหาการสร้างรอยยิ้มให้แก่ครอบครัว


ด้านศาสตราจารย์สมพงษ์ จิตระดับ กล่าวว่า ความสำคัญของการแก้ปัญหาเรื่องเด็กเยาวชนและครอบครัวคือการสานรอยต่อศักยภาพของครอบครัวให้กลับคืนมาให้มีความแข็งแกร่งให้มีรอยยิ้มให้มีกอดให้มีความรักมีความรับฟังกัน เพื่อให้เกิดความอบอุ่นในครอบครัวเสมือนกับดอกไม้หลากสีที่สวยงามหรือสายรุ้งที่สวยงาม ซึ่งปัญหาในระดับประเทศที่น่าวิตก คือเรื่องการระบาดของยาเสพติด บุหรี่ไฟฟ้า และการติดจอมือถือเกมของเด็กเยาวชน ซึ่งเป็นอันตรายที่เกิดขึ้นในทุกระดับทุกครอบครัวที่จะเป็นปัญหาที่ยิ่งใหญ่ในอนาคตหากไม่รีบทำการแก้ไข ซึ่งในความเห็นส่วนตัวเห็นว่าถึงแม้ว่ารัฐบาลจะได้ประกาศให้เป็นวาระแห่งชาติแต่ปัญหาก็ยังเกิดขึ้นเป็นการแก้ปัญหาได้เพียงครึ่งหนึ่ง หากไม่รีบใช้พลังชุมชนพลังเด็กเยาวชนและครอบครัวสานต่อที่จะกล้าประกาศยุทธศาสตร์ในการประกาศสงครามกับยาเสพติดบุหรี่ไฟฟ้าหรือภัยจากการติดจอติดเกมจึงเห็นว่ายุทธศาสตร์พลังชาวบ้านมีส่วนสำคัญอย่างยิ่งเสมือนดังการสร้างภูมิคุ้มกันภูมิต้านทานและวัคซีนในการสร้างความสุขให้ครอบครัวอย่างแท้จริง